ข่าววันที่ 21 มีนาคม 2568

ข่าววันที่ 21 มีนาคม 2568 คุก 44 เดือน “กฤษณ์ ณรงค์เดช” ไฮโซดังยักยอกทรัพย์ ประกัน 4 แสน สู้อุทธรณ์
ข่าววันที่ 21 มีนาคม 2568 ศึกสายเลือดไฮโซ ศาลแขวงพระนครใต้สั่งจำคุก “กฤษณ์ ณรงค์เดช” 44 เดือน ไม่รอลงอาญา หลังถูก “ณพ ณรงค์เดช” น้องชายแท้ๆ ฟ้องยักยอกทรัพย์ 35 ล้านบาท ค่าเช่าที่ดินแปลงหนึ่งย่านสมุทรปราการ เจ้าตัวใช้ 4 แสนบาท ประกันตัวชั่วคราวพร้อมให้ทนายยื่นอุทธรณ์ทันที
ศาลเเขวงใต้ พิพากษาจำคุก “กฤษณ์ ณรงค์เดช” 44 เดือน เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ศาลแขวงพระนครใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดี ระหว่างนายณพ ณรงค์เดช เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายกฤษณ์ ณรงค์เดช บริษัทซีบีเอ็นพีจำกัด เเละกรรมการทำการบริษัท เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์
คำฟ้องสรุปว่า คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช มารดาของโจทก์ ขณะมีชีวิตอยู่ได้นำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบริเวณ ต.ศีรษะจรเข้ใหญ่ กิ่ง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ออกให้บุคคลภายนอกเช่า รวมถึงได้ให้บริษัท โทลล์ โลจิสติก จำกัด เช่าโดยได้รับค่าเช่า หลังจากที่คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช ถึงแก่ อนิจกรรมแล้ว เมื่อวันที่ 15 ก.พ.59 ต่อมาจำเลยที่ 1 โจทก์ และนายกรณ์ ณรงค์เดช เข้าเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินผืนดังกล่าว
จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำบัญชีทรัพย์มรดกและไม่นำเงินส่วนแบ่งค่าเช่าและค่าเช่าช่วงมอบให้โจทก์ตามสิทธิทั้งในฐานะทายาทและในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินข้างต้น โจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยที่ 1 จัดทำบัญชีทรัพย์มรดก และแบ่งปันทรัพย์มรดกให้เสร็จสิ้น แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉย
ทั้งนี้ จำเลยที่ 1 เจตนาเบียดบังเอาค่าเช่าและค่าเช่าช่วงที่โจทก์มีสิทธิได้รับเป็นของตนและบุคคลอื่นโดยทุจริตโดยโจทก์มิได้ยินยอม ทั้งนี้ จำเลยที่ 2-3 ต่างก็ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นอย่างดีแต่ก็ยังสมคบกับจำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบเงินตามสิทธิที่โจทก์มีสิทธิได้รับให้แก่โจทก์
จำเลยทั้งสามมีเจตนาทุจริตยักยอกทรัพย์คือเงินค่าเช่าโจทก์รวมเเล้วหลายครั้งเป็นเงินกว่า 35 ล้านบาท โดยวันนี้ศาลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนที่มารอทำข่าวเข้าฟังคำพิพากษา
มีรายงานว่า ภายหลังศาลมีคำพิพากษาสั่งจำคุกนายกฤษณ์ ณรงค์เดช 44 เดือน โดยจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวในวงเงิน 400,000 บาท
นายณพฝ่ายโจทก์กล่าวภายหลังว่า คดีนี้ยื่นฟ้องนายกฤษณ์พี่ชายตนเนื่องจากมีที่ดินแปลงหนึ่งเป็นทรัพย์สินของมารดา และนำที่ดินไปให้เช่าโดยไม่มีการบอกกล่าวกับตน อีกทั้งไม่เคยแบ่งรายได้จากการเช่าที่ดินที่ตนมีส่วนอยู่ด้วย ก่อนหน้านี้เคยยื่นฟ้องนายกฤษณ์ ในศาลแขวงกรุงเทพใต้ไปแล้ว 1 คดี จากมูลเหตุลักษณะเดียวกัน ศาลพิพากษาจำคุก 12 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ส่วนคดีนี้เป็นคดีที่ 2
ที่ตนยื่นฟ้องพี่ชายในคดียักยอกทรัพย์ มูลค่าสูงกว่าคดีแรก ในวันนี้ศาลมีคำสั่งพิพากษาจำคุก 44 เดือน ไม่รอลงอาญา และเหตุผลที่ศาลสั่งจำคุกไม่รอลงอาญาเนื่องจากนายกฤษณ์ ยังมีพฤติการณ์ในลักษณะเดิมและหลักฐานค่อนข้างชัดเจน คดีนี้มีการกระทำผิด 11 กรรม โดยศาลลงโทษจำคุกกรรมละ 4 เดือน
ด้านนายพิชา ป้อมค่าย ทนายความส่วนตัวของนายกฤษณ์ พร้อมกับนายกรณ์ ณรงค์เดช เดินทางมาให้กำลังใจนายกฤษณ์พี่ชาย โดยนายพิชากล่าวว่า คดีในวันนี้ความจริงเป็นเรื่องในครอบครัวและมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ให้บริษัทเช่าช่วง แล้วมีเงินค่าเช้าเข้ามาสู่บัญชีของบริษัท และเข้าสู่กองมรดก ซึ่งไม่ได้จ่ายเข้าบัญชีของนายกฤษณ์ ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องไปสู้กันในรายละเอียดที่ศาลสูงต่อไป
สำหรับนายกฤษณ์ ณรงค์เดช เป็นบุตรคนโตของคุณเกษม-คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท ‘เคพีเอ็น’ (KPN) ปัจจุบันอายุ 55 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยบอสตัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสำคัญในบริษัทหลายแห่ง
อาทิ ประธานกลุ่มบริษัท เคพีเอ็น ของครอบครัว กรรมการกลุ่มบริษัทสยามกลการ, กรรมการบริหารบริษัท ซีบีเอ็นพี (ประเทศไทย) จำกัด และประธานคณะกรรมการบริษัท และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร บมจ. ไรมอน แลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นรองประธานมูลนิธิ ดร.เกษม และคุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช
ส่วนนายณพ ณรงค์เดช อายุ 52 ปี เป็นบุตรคนกลางของ ดร.เกษม และคุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช จบการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรม ศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) มหาวิทยาลัย Pepperdine University ลอสแอนเจลิส สหรัฐ อเมริกา และ Pre-MBA Program, Webster University กรุงลอนดอน อังกฤษ
มีรายงานเมื่อปี 61 “ครอบครัวณรงค์เดช-กลุ่มบริษัทเคพีเอ็น” แถลงการณ์ว่อนโซเชียล ประกาศ ไม่ขอรับผิดชอบกับการกระทำใดๆของทายาทคนกลาง “ณพ ณรงค์เดช” หลังเจอปัญหาถูกฟ้องร้องคดีซื้อขายหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) โดยลากคนในตระกูลติดร่างแหไปด้วย
จนเป็นที่มาของแถลงการณ์ ที่ระบุการดำเนินการใดๆ ของ “ณพ ณรงค์เดช” ที่ผ่านมา และต่อจากนี้ครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น และจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด หากมีการนำชื่อสมาชิกครอบครัวณรงค์เดชไปใช้โดยไม่ได้รับการยินยอม ขณะที่ “ณพ” เคยออกมาชี้แจงเกี่ยวกับคดี ยืนยันว่าได้หุ้นของ WEH มาโดยถูกต้องตามกฎหมาย
ที่มาข่าว: ไทยรัฐออนไลน์ (https://www.thairath.co.th/news/local/2848153)

